About BFSES
History
 

 
ภารกิจของกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหารเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ มีหน่วยงานรับผิดชอบหลายหน่วยงานและมีกฎหมายหลายฉบับ มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับหลายองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมทั้งต่างประเทศ อันมีผลจากการค้าสินค้าอาหารในโลกยุคไร้พรมแดน ซึ่งเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคจากสินค้าอาหารที่ไม่ปลอดภัย ทั้งที่นำเข้า ผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศและส่งออก ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องปฏิบัติตามกฎกติกาสากลเกี่ยวกับสุขอนามัยและความปลอดภัยของอาหาร โดยมีหน่วยงานหลัก ๒ กระทรวงที่รับผิดชอบ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร จึงมีมติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๔๖ ตามหนังสือ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๔๑๑/ลร.๒/๔๓๒๖ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๖ เรื่อง “ผลการหารือเรื่องกรอบแนวทางปฏิบัติการตรวจสอบควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตรและอาหาร” คณะรัฐมนตรีมีบัญชาให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าของเรื่อง โดยกำหนดนโยบายให้ ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ เป็นปีแห่งสุขภาพอนามัย เพื่อรณรงค์และเผยแพร่คุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารชนิดต่างๆของไทยให้เป็นที่รู้จัก แพร่หลาย และกว้างขวางออกไปทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก
จากมติดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขจึงมีคำสั่งที่ ๖๓๒/๒๕๔๖ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการแผนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านอาหาร (FOOD SAFETY) และคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหาร กระทรวงสาธารณสุข เพื่อปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาลในฐานะผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยของอาหาร มีบทบาทหน้าที่กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านอาหารของกระทรวงสาธารณสุข ให้สอดคล้องกับแนวนโยบายรัฐบาลเพื่อตรวจสอบควบคุมคุณภาพอาหารที่ผลิต และนำเข้าเพื่อการบริโภคภายในประเทศให้มีความปลอดภัยได้มาตรฐานทัดเทียมสากล นำไปสู่การเป็นครัวอาหารของโลก และมีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหาร กระทรวงสาธารณสุข ขึ้นเป็นหน่วยงานเทียบเท่ากอง ใช้รหัสหนังสือที่ สธ ๐๖๒๗ สำนักงานตั้งที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อาคาร ๘ ชั้น ๗ ห้อง ๗๑๐ มีอำนาจหน้าที่

1. วางแผน ประสานงานการนำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านอาหารของกระทรวงสาธารณสุข ไปสู่การปฏิบัติให้บังเกิดผลสำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งการบูรณาการด้านงบประมาณและทรัพยากร

2. เร่งรัด กำกับ ติดตาม การดำเนินงานของส่วนราชการ กระทรวงสาธารณสุข และองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ

3. จัดทำรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านอาหาร และนโยบายรัฐบาลให้คณะกรรมการอำนวยการแผนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านอาหารทราบตามห้วงระยะเวลาที่กำหนด

4. แต่งตั้งคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานในศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหารได้ตามความเหมาะสม และ

5. ดำเนินการอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
 
 
ซึ่งต่อมา ได้มีการปรับปรุงคำสั่งเป็นคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ ๓๔๓/๒๕๔๗ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๔๗ และคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ ๑๓๖๔/๒๕๕๑ เรื่องจัดตั้งสำนักบริหารความปลอดภัยด้านอาหาร เพื่อให้เกิดการบริหารงานตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ในการเร่งรัดงานคุ้มครองผู้บริโภคโดยเฉพาะด้านอาหารปลอดภัย (Food Safety) รวมทั้งการประสานงาน เพื่อพัฒนาความร่วมมือ เครือข่ายความปลอดภัยและความมั่นคงด้านอาหารระหว่างหน่วยงานต่างๆ และระหว่างประเทศให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้เป็นหน่วยงานภายในเทียบเท่ากอง ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ในปี ๒๕๕๐ องค์การอนามัยโลกได้มีจดหมายขอให้กระทรวงสาธารณสุขไทย แจ้งชื่อผู้ประสานงานของไทยในเครือข่ายความปลอดภัยด้านอาหารระหว่างประเทศ (The International Food Safety Authorities Network, INFOSAN) ภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR พ.ศ. ๒๕๔๘ ) โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีหนังสือราชการ ถึงผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก แจ้งชื่อ นางจงกลนี วิทยารุ่งเรืองศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหาร เป็นจุดประสานงานแห่งชาติ ทำหน้าที่แจ้งเตือนภัยกรณีฉุกเฉินเครือข่ายความปลอดภัยด้านอาหารระหว่างประเทศ ของประเทศไทย (National INFOSAN Emergency Contact Point) และได้มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ ๑๐๐๒/๒๕๕๔ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเครือข่ายความปลอดภัยด้านอาหารระหว่างประเทศ (INFOSAN) ภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR,2005) โดยมีปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ และนางจงกลนี วิทยารุ่งเรืองศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหาร เป็นกรรมการและเลขานุการ

ในปี ๒๕๕๕ ได้มี คำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ ๔/๒๕๕๕ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนากรอบงานประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหาร โดยมี อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานกรรมการ และ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหาร เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม

นอกจากนี้ ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๗ รับทราบการใช้มาตรการรณรงค์และมาตรการทางกฎหมายเพื่อเร่งรัดการดำเนินงานตามโครงการความปลอดภัยด้านอาหารที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหารเป็นหน่วยงานแกนหลักในการจัดทำข้อเสนอดังกล่าว มติคณะรัฐมนตรี ๕ตุลาคม ๒๕๔๗ เห็นชอบให้กระทรวงสาธารณสุขปรับแผนการใช้จ่ายประจำปี ๒๕๔๗ เพิ่มเติม เพื่อการรณรงค์ความปลอดภัยด้านอาหาร สนับสนุนการพัฒนาตลาดสด แผงจำหน่ายอาหารในตลาด ร้านอาหาร แผงลอย และ สถานที่ผลิตอาหาร ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหารเป็นผู้ประสานในการจัดทำคำของบประมาณ นอกจากนี้ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหารได้จัดทำรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานอาหารปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุขเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบเป็นรายงานประจำเดือนทุกเดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๔๗ ถึง มกราคม ๒๕๔๘ และมติคณะรัฐมนตรี ๓ เมษายน ๒๕๕๐ ได้มอบให้กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบติดตามประสานการดำเนินงาน ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ นร ๐๕๐๖/๕๑๑๔ ลงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๐ เรื่อง ความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่องปัญหาขนมเด็กและปัญหาสุขภาพ ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบให้ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหาร ทำหน้าที่เป็นผู้รายงานผลการดำเนินงานเป็นระยะๆ

การดำเนินงานตลอดระยะเวลา ๙ ปี ตั้งแต่จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหาร ให้เป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงสาธารณสุขในการประสานงานภายในกระทรวงกับกรมต่างๆ และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมทั้งโรงพยาบาล และประสานงานระหว่างกระทรวง ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย เครือข่ายเกษตรกร องค์กรวิชาชีพ และองค์การระหว่างประเทศต่างๆ มีเนื้องานสำคัญโดยสรุป ๖ ประเด็น ได้แก่

1. การศึกษา ทบทวน และจัดทำแผนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านอาหารและโภชนาการของกระทรวงสาธารณสุข
2. การติดตามการดำเนินงาน และประเมินผลสำเร็จการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารปลอดภัย
3. การประเมินข้อมูล และสถานการณ์ความปลอดภัยของอาหาร
4. การจัดทำกรอบการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหาร
5. การสื่อสารความเสี่ยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศและเครือข่ายผู้รับผิดชอบของไทย ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎอนามัยสากล และมาตรฐานความปลอดภัยอาหารระหว่างประเทศ
6. ความร่วมมือด้านความปลอดภัยอาหาร และการก่อการร้ายโดยใช้อาหารในกรอบเอเปก
  • คำสั่งมอบหมายผู้บังคับบัญชา
    pdf 0.48 MB
  • คำสั่งแต่งตั้งสำนัก
    pdf 4.60 MB